Skip to main content

ปริทัศน์หนัง: Acts of Vengeance

 

ปริทัศน์หนัง: Acts of Vengeance

Summary: Debates on vengeance or death penalty had been discussed in this film, Acts of Vengeance, in which both the victim’s sadness and the stoic-based solution were obviously represented. This film suggested that killing the murder and/or his relatives are not the best way in revenge. 

ในบรรยากาศของการเรียกร้องให้ยุติโทษประหารชีวิต หนังเรื่อง Acts of Vengeance ชวนโน้มน้าวคนทั้ง 2 ฝ่ายผู้ซึ่งสนับสนุนและผู้คัดค้านโทษประหารชีวิตให้ร่วมพิจารณากรณีนี้ด้วยกัน หนังไม่ได้ให้ข้อมูลหรือเข้าข้างฝั่งเสรีนิยมฝ่ายเดียว แต่ยังแสดงความเห็นอกเห็นใจครอบครัวของเหยื่อที่ถูกฆาตกรรม และนำไปสู่ข้อเสนอที่ว่า แม้จะเจ็บปวดกับการถูกกระทำแค่ไหน วิธีที่ดีเพื่อจะเอาชนะหรือก้าวข้ามความรู้สึกลบนั้นกลับเป็นการต้องทำความจริงให้ปรากฏ และหันมาสู้กันด้วยกระบวนการยุติธรรม มิใช่การลงมือปลิดชีพคนชั่วเพื่อเรียกหาความเป็นธรรม

หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นในปี 2017 กำกับโดย Isaac Florentine ตัวเอกของเรื่องคือ Frank Valera ทนายความผู้มากความสามารถที่ทำให้ฆาตกรกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ได้ หนังจึงชี้ให้เห็นข้อด้อยของกระบวนการยุติธรรมในประเทศพัฒนาอย่างอเมริกา เพื่อจะนำไปสู่เหตุผลพื้นฐานที่ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงไม่สามารถพึ่งพากระบวนการยุติธรรมได้ และตอกย้ำว่า หากมีอาชญากรรมเกิดขึ้น การแก้แค้นด้วยตัวเองจึงดูน่ารับฟัง Hank Strode ตำรวจผู้ซึ่งสูญเสียลูกสาวแต่กลับถูก Frank พลิกคดีจนฆาตกรลอยนวล ได้ลงมือฆ่าลูกเมียของ Frank (คือ Sue และ Olivia) และได้ทิ้งศพพวกเธอลงในท่อน้ำ เพื่อให้ Frank ได้เข้าใจความรู้สึกของคนที่ตกเป็นเหยื่อและไม่ได้รับความเป็นธรรม

ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ Frank ต้องลงมือตามหาฆาตกรด้วยตัวเอง เพราะกระบวนการยุติธรรมพึ่งไม่ได้อีกเช่นกัน นั่นเพราะฆาตกรเป็นตำรวจเสียเอง เพราะความบังเอิญ เขาได้อ่านหนังสือ Meditations ของ Marcus Aurelius ซึ่งเป็นนักปรัชญาสายสโตอิค จากนั้นเขาได้สมาทานข้อปฏิบัติอย่างหนึ่งของสโตอิคคือ “งดพูด” โดยเชื่อว่า เมื่อปิดปากลง จะทำให้มีสมาธิและศักยภาพในการได้ยินสูงขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เขายังหันไปฝึกศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบหาฆาตกร เมื่อได้ทราบว่า Strode ตำรวจซึ่งเป็นคนที่เขารู้จักเป็นฆาตกร จึงนัดหมายให้เขามาเจอที่โกดังเก่า ที่ซึ่งการต่อสู้เกิดขึ้นและความรู้สึกของ  Strode ได้ถูกบอกเล่าอย่างละเอียด เพื่อเผยให้เห็นปมทั้งหมดของคดี

เมื่อการต่อสู้กำลังจะสิ้นสุดลง Frank กำลังจะฆ่า Strode เพื่อสนองความแค้นทั้งหมด แต่เขาก็นึกถึงประโยคหนึ่งของสโตอิคที่ว่า “การแก้แค้นที่ดีที่สุดคือ เราต้องไม่ทำเหมือนศัตรู” (the best revenge is to be unlike your enemy) เขาจึงพา Strode เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพร้อมหลักฐานที่ตนหาได้ อย่างน้อยที่สุด เรื่องนี้สะท้อนว่า หากกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา เราควรช่วยกันเรียกร้องหรือช่วยให้กระบวนการดำเนินไปได้ดีขึ้น มากกว่าการรีบหมดศรัทธาแล้วกลับมาสู่ความรุนแรงที่ทำกันไปมา และการละเมิดกันอย่างไม่สิ้นสุด ที่มากกว่านั้นคือ การไม่ฆ่ามิได้หมายความแค่ว่า จะสามารถใช้กฎหมายหรือรัฐเป็นเครื่องมือในการฆ่าอาชญากรแทนการลงมือของตัวเอง แต่เป็นการพยายามจะไม่ให้เกิดการฆ่าในทุกกรณี โดยหาทางจัดการกับเขาด้วยวิธีเปิดโอกาสให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นต้น

หนังเรื่องนี้เน้นไปที่เสนอมุมมองทางปรัชญา ซึ่งรัฐโลกวิสัยอาจวางอยู่บนฐานคิดของปรัชญามากกว่าศาสนา อย่างไรก็ตาม หากย้อนมองศาสนา จะพบว่าศาสนาโลกมักพูดไม่เต็มปากเกี่ยวกับการต้องยกเลิกโทษประหารชีวิต แม้จะเน้นเรื่องความเมตตากรุณาก็ตาม อาจเพราะศาสนาไม่มีวิธีจัดการความขัดแย้งที่ซับซ้อนพอ การต้องยกให้เป็นเรื่องกรรม (ที่สมควรได้รับ) หรือกฏที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้จากพระเจ้าจึงถูกใช้มากกว่า ในศาสนาพุทธเถรวาท สมภาร พรมทา  (2548, น. 17) ตีความว่าการประหารชีวิตเป็นความยุติธรรมที่ฆาตกรควรได้รับ (ในระดับที่เท่ากับสิ่งที่เขาทำลงไป) และการประหารก็ไม่ใช่การตัดสิทธิเขา เพราะเขายังสามารถไปเกิดใหม่และกลับมาทำความดีได้ ขณะที่อิสลามระบุว่า การประหารยังจำเป็น (ในรัฐอิสลาม) เพราะเป็นคำสอนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ของท่านนบีฯ (อดิศักดิ์ นุชมี, 2561, น. 66) อิสลามดูจะมีหลักฐานทางคัมภีร์ที่ปรากฏชัดที่สุดเกี่ยวกับโทษประหารนี้ (ซึ่งระดับความรุนแรงและวิธีพิจารณาคดีอาจซับซ้อนไปอีก) ขณะที่พุทธและคริสต์ไม่ระบุชัด หากแต่อาศัยการตีความเพื่อตอบสนองรัฐนั้นๆ

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ศาสนาคริสต์ดูจะมีบทบาทมากที่สุดในการเรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต Martin Luther และ John Calvin จากโปรเตสแตนท์ และ Pope Francis แห่งโรมันคาทอลิคก็เสนอให้ยกเลิกโทษนี้ (BBC News, 2018) อาจสันนิษฐานต่อว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะศาสนาคริสต์เติบโตมาในบริบทเดียวกับกระแสสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเป็นต้น เช่นเดียวกับที่ทะไลลามะของทิเบต (ซึ่งมีความใกล้ชิดกับตะวันตก) ออกมาพูดเพื่อให้พม่าหยุดทำร้ายโรฮิงญา ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบแนวคิดศาสนาโลกกับปรัชญาสโตอิคเมื่อ ค.ศ. 170 ถือว่าสโตเป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งเมื่อพิจารณาเกี่ยวกับการแก้แค้น/ประหารชีวิต

แน่นอนว่าการต่อสู้เพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิตในยุโรปและอเมริกาวางอยู่บนหลักคิดทางปรัชญา/การเมืองหลายแบบ อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้สะท้อนว่า คนจำนวนมากในประเทศเหล่านั้นก็ไม่ได้ยินดีกับการยกเลิกโทษนี้ แต่สิ่งที่นักประชาธิปไตย นักสิทธิมนุษยชน และ NGOs ยังทำงานกันคือ พยายามให้มุมมองและโน้มน้าวเพื่อจะสามารถยุติการละเมิดชีวิตของโทษนี้ได้ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นเครื่องมือที่ดีในการสื่อความอันหนึ่ง  

เจษฎา บัวบาล

jesada.tee@gmail.com

……………………………………………

BBC News. (2018). Pope Francis Declares Death Penalty Inadmissible in All Cases. Accessed on April 4, 2020 from website https://www.bbc.com/news/world-europe-45042130.

อดิศักดิ์ นุชมี. (2561). การยกเลิกอาญาประหารชีวิตกับแนวคิดอิสลาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 13(2): 53-68.

สมภาร พรมทา. (2548). พุทธศาสนากับโทษประหารชีวิต. วารสารพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 13(3): 5-116.

ภาพจาก: https://bit.ly/3B1ZcjZ

Comments